7. การนำส่งเงินภาษีผ่านธนาคารพาณิชย์ (ภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 2)

7. การนำส่งเงินภาษีผ่านธนาคารพาณิชย์ (ภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 2)

 

ภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 2

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จ่ายเงินได้พึงประเมิน ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 2(1) เมื่อนำส่งเงินภาษีผ่านธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินของรัฐ พร้อมกับการจ่ายเงินได้พึงประเมินดังกล่าวให้แก่ผู้รับ ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563 – 31 ธันวาคม 2564(2)

ประเภทของเงินได้

  • เงินได้เนื่องจากหน้าที่ ตำแหน่งงานที่ทำ หรือจากการรับทำงานให้ (มาตรา 40(2))
  • ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น (มาตรา 40(3))
  • เงินได้จากวิชาชีพอิสระ (มาตรา 40(6)) - รวมถึงที่จ่ายให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยหรืออยู่ในประเทศไทย
  • ค่าจ้างทำของ (มาตรา 40(7) และ (8)) - รวมถึงที่จ่ายให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ประกอบกิจการในประเทศไทย โดยมีสำนักงานสาขาตั้งอยู่เป็นการถาวรในประเทศไทย
  • เงินได้จากการบริการอื่นๆ (มาตรา 40(8)) - รวมถึงที่จ่ายให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  • เงินได้จากการส่งเสริมการขาย (มาตรา 40(8)) - รวมถึงที่จ่ายให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

 

การนำส่งเงินภาษีโดยผู้มีหน้าที่นำส่งผ่านธนาคารพาณิชย์

ผู้มีหน้าที่นำส่งภาษีตามประมวลรัษฎากร อาจนำส่งเงินภาษีต่อกรมสรรพากร ตามมาตรา 3 ปัณรส แห่งประมลรัษฎากร(2) โดยนำส่งผ่านธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินของรัฐพร้อมกับการจ่ายเงินได้พึงประเมิน หรือเงินกำไร ที่กันไว้จากกำไรหรือที่ถือได้ว่าเป็นเงินกำไร หรือค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรก็ได้ โดยจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

1. ผู้มีหน้าที่นำส่งเงินภาษีแจ้งรายการต่อธนาคาร

รายการที่แจ้งต้องประกอบด้วย

  1. เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้มีหน้าที่นำส่งภาษี
  2. ชื่อหรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้รับเงิน
  3. จำนวนภาษีที่หักหรือนำส่ง
  • กรณีภาษีเงินได้ ต้องระบุประเภทของเงินได้พึงประเมินและจำนวนเงินได้ที่นำส่ง และภาษีมูลค่าเพิ่ม (หากมี)
  • กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องระบุมูลค่าทั้งหมดที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการ

2. ธนาคารออกหลักฐานการรับชำระเงินภาษีเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และนำส่งเงินภาษี พร้อมแบบแสดงรายการให้กรมสรรพากร

3. กรมสรรพากรออกใบเสร็จรับเงินด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ ให้แก่ผู้มีหน้าที่นำส่งเงินภาษี และให้ถือว่าการเสียภาษีเป็นการสมบูรณ์

 

ที่มา:

(1) คำสั่งกรมสรรกาพรที่ ท.ป.328/2563
(2) กฎกระทรวง ฉบับที่ 364 (พ.ศ. 2563)

ควรได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ก่อนนำไปปฏิบัติ


*โดย ดร.อนุพันธ์ กิจนิจชีวะ (หุ้นส่วนอาวุโส) บริษัท สำนักกฎหมายสากล ธีรคุปต์ จำกัด

Date

18 August 2020

Tags

News